10 sectionsIntroduction
Program Ultherapy PrimePublished 8 min read

ทำโปรแกรมยกกระชับยิ่งเจ็บ ยิ่งได้ผลจริงไหม?

เจ็บมากไม่ได้แปลว่าจะยกกระชับได้มาก และเจ็บน้อยก็ไม่ได้แปลว่าทำแล้วไม่ได้ผล เข้าใจความสัมพันธ์ของความเจ็บ พลังงาน และผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมยกกระชับ

ภาพประกอบแพทย์พูดคุยกับผู้รับบริการเรื่องความรู้สึกและการประเมินก่อนทำโปรแกรมยกกระชับ
In this article10 sections
  1. ทำไมเครื่องยกกระชับถึงทำให้รู้สึกเจ็บหรือร้อน?
  2. เพิ่มพลังงานให้เจ็บขึ้น จะช่วยให้ยกกระชับมากขึ้นไหม?
  3. ทำไมคนหนึ่งเจ็บมาก แต่อีกคนกลับรู้สึกนิดเดียว?
  4. มีงานวิจัยสนับสนุนว่าเจ็บน้อยลงก็ยังรักษาได้หรือไม่?
  5. ถ้ากลัวเจ็บ ควรคุยกับแพทย์อย่างไร?
  6. เจ็บแบบไหนควรบอกทันที ไม่ต้องฝืนทน?
  7. แล้วควรดูอะไรว่าโปรแกรมยกกระชับได้ผล?
  8. ก่อนตัดสินใจทำ ถามให้ชัดสี่เรื่องนี้
  9. คำถามที่คนมักสงสัยเรื่องความเจ็บกับการยกกระชับ
  10. เอกสารอ้างอิง

ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพแพทย์หรือผู้รับบริการจริงของ AIMS Clinic

ทำโปรแกรมยกกระชับแล้วไม่ค่อยเจ็บ บางคนกลับกังวลว่า “หมอทำเบาไปหรือเปล่า แล้วจะเห็นผลไหม?” เพราะเคยได้ยินว่าต้องยอมเจ็บถึงจะได้ผลดี แต่จริง ๆ แล้ว เจ็บมากไม่ได้แปลว่าจะยกกระชับได้มาก และเจ็บน้อยก็ไม่ได้แปลว่าทำแล้วไม่ได้ผล เราจึงไม่จำเป็นต้องฝืนทนหรือขอให้หมอเพิ่มความแรง เพียงเพื่อให้รู้สึกว่าการทำครั้งนี้คุ้มค่า

ภาพประกอบแพทย์พูดคุยกับผู้รับบริการเรื่องความรู้สึกและการประเมินก่อนทำโปรแกรมยกกระชับ

ทำไมเครื่องยกกระชับถึงทำให้รู้สึกเจ็บหรือร้อน?

เครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอาศัยการส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย ทำให้เกิดผลจากความร้อนตามรูปแบบของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและเนื้อเยื่อ ไม่ได้ใช้ความเจ็บเป็นกลไกในการยกผิว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทางจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกับผลการรักษาที่จะประเมินภายหลัง [1, 3]

โปรแกรม Ultherapy Prime ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสร่วมกับการมองเห็นชั้นเนื้อเยื่อ ภาพที่แพทย์เห็นช่วยประกอบการเลือกบริเวณและชั้นเป้าหมาย ความรู้สึกระหว่างส่งพลังงานอาจเป็นความอุ่นลึก ๆ หรือเจ็บเป็นจังหวะ และแตกต่างกันระหว่างบุคคลและบริเวณที่ทำ [3, 4]

โปรแกรม HIFU อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเช่นกัน แต่เครื่องแต่ละรุ่นมีรายละเอียดของระบบ หัวรักษา และวิธีใช้งานต่างกัน จึงไม่ควรนำประสบการณ์จากเครื่องหนึ่งไปสรุปแทนทุกเครื่อง หรือใช้ชื่อ HIFU เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าต้องเจ็บระดับไหนจึงจะเหมาะสม [1]

โปรแกรม Thermage FLX ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ คนทำอาจรู้สึกร้อนเป็นช่วง ๆ ระบบมีการทำความเย็นที่ผิวและการสั่นในหัวรักษาบางประเภทเพื่อช่วยเรื่องความสบาย ระบบเหล่านี้ช่วยให้สบายขึ้นระหว่างที่เครื่องส่งพลังงาน [5]

เพราะวิธีส่งพลังงานต่างกัน ความรู้สึกจึงต่างกันด้วย การให้คะแนนว่าเครื่องไหน “แรงกว่า” จากความเจ็บของเราเพียงครั้งเดียว จึงยังตอบไม่ได้ว่าเครื่องไหนเหมาะกับปัญหาของเรามากกว่า

เพิ่มพลังงานให้เจ็บขึ้น จะช่วยให้ยกกระชับมากขึ้นไหม?

ระดับพลังงานมีความสำคัญ แต่ต้องอยู่ในแผนการรักษาที่เหมาะกับเครื่อง ตำแหน่ง และเนื้อเยื่อของแต่ละคน การเพิ่มตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นตามไปอย่างไม่มีขีดจำกัด ขณะที่พลังงานหรือวิธีส่งพลังงานที่ไม่เหมาะสมสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้ [1, 2]

ใบหน้าของคนคนเดียวก็ไม่ได้มีความหนาของเนื้อเยื่อเท่ากันทุกบริเวณ การปรับวิธีรักษาตามตำแหน่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน ไม่ใช่สัญญาณว่าบริเวณที่เจ็บน้อยกว่าถูกละเลย เช่นเดียวกับการขอเพิ่มความแรงทั่วหน้าเพียงเพราะบางจุดยังรู้สึกทนได้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ประโยชน์เพิ่มอย่างเหมาะสม [1, 2]

พลังงานยังต้องเพียงพอและเหมาะกับเนื้อเยื่อ ความสบายระหว่างทำจึงไม่ใช่ตัวรับรองผลเช่นกัน

ทำไมคนหนึ่งเจ็บมาก แต่อีกคนกลับรู้สึกนิดเดียว?

การเปรียบเทียบกับเพื่อนมีข้อจำกัดตั้งแต่ต้น เพราะเราไม่รู้ว่าทั้งคู่ทำบริเวณเดียวกัน ใช้หัวรักษาและแผนเดียวกัน หรือได้รับการดูแลความสบายแบบเดียวกันหรือไม่ แม้เรียกชื่อโปรแกรมเหมือนกัน รายละเอียดของการรักษาก็อาจต่างกันได้

นอกจากนี้ การรับรู้ความเจ็บยังเป็นประสบการณ์เฉพาะคน คนสองคนจึงไม่จำเป็นต้องให้คะแนนความรู้สึกเดียวกันเท่ากัน และคนคนเดียวกันก็อาจรู้สึกต่างกันในแต่ละครั้ง ความกังวลและประสบการณ์ที่มีต่อการรักษาเป็นสิ่งที่ควรสื่อสารกับผู้ดูแล ไม่ใช่เหตุให้มองว่าตัวเอง “ทนเจ็บไม่เก่ง” [6]

การอ่านรีวิวเรื่องเจ็บจึงมีประโยชน์ในแง่เตรียมใจ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์วัดผลของตัวเอง ถ้ากังวลว่าครั้งนี้รู้สึกต่างจากครั้งก่อน ให้ถามถึงแผนและบริเวณที่ทำ จะได้ข้อมูลมากกว่าการพยายามทำให้เจ็บเท่าเดิม

มีงานวิจัยสนับสนุนว่าเจ็บน้อยลงก็ยังรักษาได้หรือไม่?

มีงานวิจัยที่ช่วยอธิบายว่า ทำไมการรักษาจึงไม่จำเป็นต้องเจ็บมากเสมอไป งานสำรวจการรักษาด้วยคลื่นวิทยุชนิดขั้วเดียวที่ตีพิมพ์ในปี 2007 เปรียบเทียบแนวทางเดิมที่ใช้พลังงานสูงผ่านครั้งเดียว กับแนวทางใช้พลังงานต่อครั้งต่ำลงและผ่านหลายรอบ โดยรับฟังความรู้สึกร้อนของคนไข้ประกอบการรักษา แนวทางหลังพบว่าคนไข้รายงานอาการเจ็บจนทนไม่ไหวน้อยลง พร้อมผลด้านความพึงพอใจที่ดีขึ้น [7]

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานสำรวจจากเทคโนโลยีและแนวทางในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่การทดลองที่พิสูจน์ว่า “ลดพลังงานแล้วผลดีกว่า” สำหรับเครื่องทุกชนิด และนำมาใช้กำหนดวิธีทำโปรแกรม Thermage FLX หรือโปรแกรม Ultherapy Prime ในปัจจุบันแทนคู่มือของเครื่องไม่ได้

ถ้ากลัวเจ็บ ควรคุยกับแพทย์อย่างไร?

บอกได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มว่าเคยมีประสบการณ์แบบไหน จุดใดที่กังวล หรือเคยต้องหยุดทำเพราะเจ็บมาก การคุยล่วงหน้าช่วยให้แพทย์อธิบายความรู้สึกที่อาจพบ วางวิธีสื่อสารระหว่างทำ และพิจารณาการดูแลความสบายที่เหมาะกับโปรแกรมนั้น [6]

อย่าเข้าใจว่าการลดความเจ็บทุกวิธีใช้แทนกันได้ เครื่องที่ใช้พลังงานต่างชนิดกันอาจมีข้อแนะนำและข้อจำกัดต่างกัน โดยเฉพาะวิธีที่ทำให้การรับรู้ความรู้สึกเปลี่ยนไป แพทย์ต้องพิจารณาตามคู่มือเครื่อง ประวัติสุขภาพ และความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่ควรนำยาหรือวิธีระงับปวดที่เคยใช้กับหัตถการอื่นมาใช้เอง [2, 6]

สิ่งง่าย ๆ ที่ตกลงกันได้คือ ถ้าเริ่มทนไม่ไหวจะส่งสัญญาณอย่างไร และสามารถขอหยุดพักเพื่อตรวจประเมินได้เมื่อไร การบอกว่าเจ็บไม่ได้ทำให้การรักษาเสียเปล่า แต่ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจระหว่างทำ

ถ้าอยากถามให้ตรงประเด็น ลองใช้ประโยคว่า “ถ้าจุดนี้เจ็บมาก คุณหมอจะประเมินหรือปรับอย่างไร และยังครอบคลุมเป้าหมายที่วางไว้ไหม” คำถามนี้มีประโยชน์กว่าการขอให้เพิ่มแรงเพื่อให้รู้สึกว่าทำคุ้ม

เจ็บแบบไหนควรบอกทันที ไม่ต้องฝืนทน?

หากเจ็บจนทนไม่ไหว หรือความรู้สึกเปลี่ยนไปผิดจากที่แพทย์อธิบาย ควรบอกทันทีเพื่อให้หยุดและตรวจประเมิน เช่น ร้อนแสบเฉพาะจุดอย่างมาก ปวดแปลบผิดจากจุดก่อนหน้า หรือรู้สึกปวดต่อเนื่องแม้หยุดส่งพลังงานแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอจนจบข้างหรือครบจำนวนที่กำหนด [2, 3]

ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้วินิจฉัยได้ด้วยตัวเองว่าเกิดความผิดปกติอะไร แต่เป็นข้อมูลที่ผู้ทำการรักษาควรรับรู้ หากหลังทำมีแผลพุพอง ปวดมากขึ้น หรืออาการผิดปกติที่กังวล ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมิน ไม่ตีความว่าเป็นอาการที่ต้องยอมรับเพื่อให้ได้ผลดี [2, 3]

ไม่มีคะแนนความเจ็บกลางที่ทุกคนต้องทนให้ถึง บางคนใช้ตัวเลขอธิบายได้สะดวก บางคนบอกลักษณะและตำแหน่งได้ชัดกว่า สิ่งสำคัญคือสื่อสารตามที่รู้สึกจริง ไม่ต้องลดทอนอาการเพราะกลัวรบกวนแพทย์ และไม่ต้องเปรียบเทียบความอดทนกับคนอื่น

แล้วควรดูอะไรว่าโปรแกรมยกกระชับได้ผล?

เริ่มจากตกลงกันก่อนทำว่าจะดูการเปลี่ยนแปลงตรงไหน เช่น แนวกรอบหน้า ความหย่อนของผิวบางบริเวณ หรือความกระชับของบริเวณที่รักษา ถ้าเป้าหมายยังเป็นเพียง “อยากดูดีขึ้น” โดยไม่ได้ระบุปัญหา เวลากลับมาดูผลก็จะยิ่งตัดสินยาก

ผลของโปรแกรมที่อาศัยการปรับตัวของคอลลาเจนต้องติดตามตามระยะเวลาที่เหมาะสม ผู้ผลิตโปรแกรม Ultherapy อธิบายว่าผลค่อย ๆ พัฒนาหลังทำ ส่วนข้อมูลของโปรแกรม Thermage FLX ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงอาจค่อย ๆ เห็นชัดในช่วงหลายเดือน ระยะเวลาจริงและระดับการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันได้ จึงควรยึดแผนติดตามของแพทย์สำหรับการรักษาที่ได้รับ [4, 5]

ในการถ่ายรูปติดตาม ควรพยายามใช้แสง มุม ระยะกล้อง และสีหน้าใกล้เคียงกัน เพราะการเงยคางมากขึ้นหรือเปลี่ยนแสงอาจทำให้กรอบหน้าดูต่างไปได้ การดูรูปควรทำร่วมกับการประเมินผิวและเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ใช้ความตึงหรือความเจ็บหลังทำวันแรกตัดสินทั้งหมด

หากถึงเวลาประเมินแล้วรู้สึกว่าผลไม่ตรงกับที่คาด ควรกลับมาทบทวนสาเหตุของปัญหา ขอบเขตการรักษา และความคาดหวังกับแพทย์ การทำครั้งต่อไปให้เจ็บกว่าเดิมไม่ใช่คำตอบที่ควรเลือกโดยอัตโนมัติ

ก่อนตัดสินใจทำ ถามให้ชัดสี่เรื่องนี้

แทนที่จะเริ่มจาก “เครื่องนี้เจ็บไหม” เพียงข้อเดียว ลองถามต่อให้ครบว่า ปัญหาของเราเกิดจากอะไร โปรแกรมนี้ช่วยส่วนไหนได้ ควรคาดหวังความเปลี่ยนแปลงระดับใด และจะประเมินผลเมื่อไร

การเลือกโปรแกรมก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเครื่องที่เพื่อนบอกว่าแรงที่สุด หากปัญหาที่ทำให้เราไม่พอใจใบหน้าไม่ได้เกิดจากความหย่อนคล้อยเป็นหลัก การเพิ่มความเข้มข้นของการยกกระชับอาจไม่ตอบสิ่งที่ต้องการ การประเมินก่อนทำจึงสำคัญกว่าการตกลงว่าจะทนเจ็บได้แค่ไหน

สำหรับคนที่สนใจโปรแกรมยกกระชับที่ AIMS Clinic สามารถเริ่มคุยกับทีมแพทย์จากบริเวณที่กังวล ประวัติหัตถการเดิม และความคาดหวังได้ รวมถึงบอกตรง ๆ ว่ากลัวเจ็บแค่ไหน ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการวางแผนมากกว่าการขอให้ทำแรงที่สุด

คำถามที่คนมักสงสัยเรื่องความเจ็บกับการยกกระชับ

ทำโปรแกรมยกกระชับไม่ค่อยเจ็บ แปลว่าเครื่องไม่ทำงานไหม?

สรุปจากความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเครื่องที่ใช้ วิธีทำ บริเวณที่รักษา และการดูแลความสบายร่วมกัน ถ้าสงสัยว่าได้รับการรักษาครบตามแผนหรือไม่ ควรถามรายละเอียดกับแพทย์และติดตามผลตามนัด ไม่ใช้การไม่เจ็บเป็นหลักฐานว่าเครื่องไม่ทำงาน [2, 4, 5]

ครั้งก่อนเจ็บ แต่ครั้งนี้เจ็บน้อยลง ต้องขอเพิ่มพลังงานไหม?

ไม่จำเป็นต้องขอเพิ่มเพื่อให้เจ็บเท่าเดิม ควรแจ้งความแตกต่างและถามว่าครั้งนี้มีการเปลี่ยนบริเวณ หัวรักษา หรือแผนอะไรหรือไม่ การตัดสินใจปรับพลังงานต้องอาศัยการประเมินของแพทย์ ไม่ใช่ใช้ความทรงจำเรื่องความเจ็บเป็นเป้าหมาย [1, 2]

หลังทำไม่แดง ไม่บวม ยังมีโอกาสเห็นผลไหม?

การไม่มีอาการเหล่านี้ไม่ได้ใช้ตัดสินว่าการรักษาไม่ได้ผล และการมีอาการก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะได้ผลมากกว่า ควรแยกการติดตามอาการหลังทำออกจากการประเมินความกระชับในเวลาที่เหมาะสม [3, 4, 5]

เอกสารอ้างอิง

  1. Pavicic T และคณะ. Microfocused ultrasound with visualization: Consensus on safety and review of energy-based devices. Journal of Cosmetic Dermatology. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  2. Thermage FLX System — คู่มือการใช้งานผู้ผลิต: การปรับพลังงาน การรับฟังความรู้สึก และข้อควรระวัง. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  3. Ultherapy PRIME — Instructions for Use. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  4. Ultherapy — Frequently Asked Questions. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  5. Thermage — ข้อมูลการรักษาและคำถามที่พบบ่อยจากผู้ผลิต. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  6. Practical Guidance for Optimizing Patient Comfort During Microfocused Ultrasound with Visualization and Improving Patient Satisfaction. Aesthetic Surgery Journal. อ่านเอกสารต้นฉบับ
  7. Dover JS, Zelickson B และคณะ. Results of a survey of 5,700 patient monopolar radiofrequency facial skin tightening treatments. Dermatologic Surgery. 2007. อ่านเอกสารต้นฉบับ

Not sure which option suits you?

Ask an AIMS Clinic doctor on LINE before you decide.

Ask a doctor on LINEAbout Program Ultherapy Prime

Related Articles

Program Ultherapy Prime

แพทย์แนะนำ: หน้าเหี่ยว หน้าอวบ หน้าเต็ม เทคนิคดูแลผิวหน้าต่างกันอย่างไร

5 min read
Program Ultherapy Prime

เปรียบเทียบชัดๆ โปรแกรม Ultherapy Prime vs โปรแกรม Ulthera รุ่นเก่าเทคโนโลยีใหม่เปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้อย่างไร

4 min read
Program Ultherapy Prime

เปิดสูตรลับ ทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นวัย 50 บางคน ดูเด็กกว่าคนไทยวัย 35

4 min read
Call tel:0829517770Chat on LINE